10 ภูเขาที่สุดยอดของเมืองไทยแห่งปี ที่เหล่านักล่องไพรไม่ควรพลาดเป็นอันขาดที่จะต้องไปลองสักครั้ง

 

แหล่งท่องเที่ยวของเมืองไทยที่ไม่ไปไม่รู้ พิชิตสุดยอดภูผาแดนสยาม ชมธรรมชาติป่าเขางดงามเกินบรรยาย และยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาพันธุ์

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ดอยสุเทพค่ะ

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร-มุมยอดฮิต
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ยามค่ำคืน

ดอยสุเทพ-ปุย ได้รับการประกาศจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2524 ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลโป่งยาง ตำบลแม่ริม ตำบลแม่สา ตำบลคอนแก้ว อำเภอแม่ริม ตำบลบ้านปง ตำบลหนองตวาย อำเภอหางดง ตำบลช้างเผือก ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และยังขยายขอบเขตครอบคลุมพื้นที่น้ำตกตาด หมอก-วังฮาง น้ำตกตาดหมอกฟ้า และพื้นที่ปาต้นน้ำลำธารโดยรอบของน้ำตกทั้งสามแห่งในพื้นที่ ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง ตำบลแม่แรม และตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัด เชียงใหม่ รวมเนื้อที่ประมาณ 262.50 ตารางกิโลเมตร หรือ 163,162.50 ไร่

ภายในพื้นที่ของอุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งเชิงธรรมชาติสวยงาม เชิงศิลปวัฒนธรรม และวัดวาอารามให้คุณได้เลือกขับรถเที่ยวชมมากมาย คุณอาจจะเริ่มจากการนมัสการอนุสาวรีย์พระครูบาศรีวิขัย ที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาทางขึ้นดอยสุเทพ พระครูบาศรีวิชัย พระที่ชาวเชียงใหม่เคารพสักการะบูชามาก ท่านเป็นผู้ชักชวนให้ประชาชนที่ ศรัทธาร่วมกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นมาจนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ ระหว่างทางยังมีนํ้าตกห้วยแก้ว เป็นนํ้าตกเล็กๆ พอให้แวะนั่งเล่นริมทางได้ด้วย

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่


ชวนเที่ยวดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ยอดดอยสูงสุดแดนสยาม สถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และที่สำคัญสามารถเที่ยวได้ทุกช่วงฤดูกาล

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่อยู่ในท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม กิ่งอำเภอดอยหล่อ และอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ สามารถเข้าถึงได้โดยใช้เส้นทาง เชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108) ไปยังอำเภอจอมทอง 50 กม. ระยะทางประมาณ 50 กม. เลี้ยวขวาตามถนนสาย จอมทอง-ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009) ประมาณ 8 กม. ก็จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติที่บริเวณน้ำตกแม่กลาง และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 49.8 กม. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติจะตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31

ถ้าจะพูดถึงสถานที่ที่นักเดินทาง ทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น อยากจะไปสัมผัสให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ชื่อของ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หรือ ดอยอินทนนท์ ก็น่าจะอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ เพราะไม่ว่าจะรักการเที่ยวแบบชิลล์ ๆ หรือลุย ๆ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งนี้ ก็พร้อมต้อนรับด้วยความงดงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ของ ป่าใหญ่ดึกดำบรรพ์ (Old growth forest) สภาพอากาศที่หนาวเย็นและชุ่มฉ่ำตลอดทั้งปี ทำให้มีมอส เฟิร์นและพืชอิงอาศัย (epiphyte) ชนิดอื่น ๆ ขึ้นปกคลุมตามลำต้นอย่างหนาแน่น ใครที่เดินทางมาเที่ยวจะต้องประทับใจกับสีสันของใบไม้ป่าผลัดใบ ที่กำลังจะผลัดใบในช่วงปลายปี

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน

เส้นทางบนดอยภูคา
อุทยานดอยภูคา

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ โดยเฉพาะ ยอดดอยภูคา มีเมฆปกคลุมตลอดฤดูฝนและฤดูหนาว จึงมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ดอยภูคา เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งเป็น แหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดน่าน และยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กล่าวคือ เป็นที่เชื่อกันว่าเทือกเขาดอยภูคาเป็นเมืองเก่าของบรรพบุรุษ ของคนเมืองน่านและในปัจจุบันนี้ก็ยังมีศาลเจ้าพ่อภูคา ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 31 ถนนสายปัง-บ่อเกลือ อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดน่าน

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดพิษณุโลก

ได้บรรยากาศมากกกกก

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคกอำเภอบ้านโคกตำบลห้วยมุ่นอำเภอน้ำปาดจังหวัดอุตรดิตถ์ตำบลบ่อภาคอำเภอชาติตระการจังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูง จากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย จุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว คือ การได้ชมทุ่งดอกไม้สีม่วงที่เรียกว่า”ดอกหงอนนาค” และดอกไม้หลากสีสันสลับให้เห็นอยู่ทั่วลานสน ซึ่งจะบานในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือน ส.ค. – ก.ย ของทุกปี

น้ำตกภูสอยดาว

น้ำตกภูสอยดาว

อยู่ริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อไว้อย่างไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ มีน้ำไหลตลอดปี

เขาค้อ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์

อุทยานน้ำหนาว


อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (กรมอุทยานแห่งชาติฯ)
เชื่อว่า … ภาพสายหมอกลอยละลิ่วหยอกล้อกับขุนเขา ภาพความหนาวเย็นจนสั่นสะท้าน ภาพของทะเลดาวเต็มฟากฟ้า ภาพความเขียวขจีของธรรมชาติ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นป่า … ยังคงตราตรึงติดอยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน ที่ได้ไปสัมผัสเมืองแห่งขุนเขาอย่าง “น้ำหนาว” จังหวัดเพชรบูรณ์ จะค่อย ๆ ปรากฏเด่นชัดในความนึกคิด เมื่อโดนสายลมหนาวกระทบกาย

อาจเพราะความงดงามที่ยากจะลืมเลือนเหล่านี้ ทำให้ทุกครั้งที่มีโอกาส จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทำให้ชื่อของ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า น้ำหนาว ยังคงติดอันดับฮอตฮิต สถานที่ท่องเที่ยวในใจของนักเดินทาง และเพื่อย้อนรำลึกถึงความหลัง เราก็จะพาเพื่อน ๆ ไปเยี่ยมเยือน อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว กันอีกสักคราอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อยู่ในท้องที่ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นแนวเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูง มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นต้นน้ำลำธาร มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง มีเนื้อที่ประมาณ 603,750 ไร่ หรือ 966 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 5 ของประเทศ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของนักเดินทาง ที่อยากออกมาสัมผัสรับลมหนาว เพราะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม เรียกได้ว่าหนาวสะท้านกันทีเดียว บางปีอุณหภูมิลดต่ำถึง 0 องศาเซลเซียส

ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

ทะเลหมอกยามเช้ากระทบกับแสงแดดอ่อนยามเช้า
ภูหินร่องกล้า ภูแผงม้า

 

ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวประเทศไทยน่าไปเยือน เพราะมีวิวทะเลภูเขาที่สวยงามชวนไปสัมผัส

สายลมเย็น ๆ พัดเอื่อย ๆ ชวนให้นึกถึงภาพบรรยากาศทิวเขาสูงซับซ้อน ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา แหม ๆ ๆ ว่าแล้วเราก็นำพาตัวเองไปสัมผัสความรื่นรมย์ที่ว่ากันดีกว่า และสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่จะไปท่องเที่ยว ก็คือ “ภูทับเบิก” จังหวัดเพชรบูรณ์ นั่นแน่ ! อยากไปเที่ยวแล้วใช่มั้ย ตามเข้ามาเลยค่ะ…
ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า หรือห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร ภูทับเบิก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูงจึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์
ปัจจุบัน ภูทับเบิก เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก หมู่ที่ 14 และหมู่ที่ 16 โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา ในช่วงปลายฝนต้นหนาว จะพบเห็นไร่กะหล่ำปลีอยู่สองข้างถนนสู่ทับเบิกสวยงาม ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม จะมี ดอกซากุระ หรือ นางพญาเสือโคร่ง สีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเลย

 

ผู้พิชิตลานหินปุ่ม
ลานหินปุ่ม

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ อ.ด่านซ้าย จังหวัดเลย อ.นครไทย จังหวัดพิษณุโลก และ อ.หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 191,875 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2527 เป็นพื้นที่ที่ มีธรรมชาติแปลก และสวยงาม ทั้งยังเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์เป็นยุทธภูมิ ที่สำคัญ อันเนื่องจากความขัดแย้งของลัทธิ และแนว ความคิดทางการเมือง อุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้าจึงเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวใน

ประเทศไทย ที่รักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ ของการสู้รบและความสวยงามทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ ลักษณะภูมิอากาศภูหินร่องกล้ามีลักษณะภูมิอากาศคล้าย ภูกระดึงและภูหลวง เนื่องจากมีความสูง ในระดับไล่เลี่ยกัน อากาศจะหนาวเย็นเกือบตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูหนาว อุณหภูมิ จะต่ำประมาณ 4 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย ฝนตกชุกในฤดูฝน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส
เนื่องจากอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นอุทยานทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาผิดจาก อุทยานแห่งชาติโดยทั่วไป ดังนั้นจุดที่น่าสนใจต่างๆ จึงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ด้านประวัติศาสตร์ ได้แก่ สถานที่ที่อดีตผู้ก่อการ ร้ายคอมมิวนิสต์ เคยใช้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย

ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2522 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 16 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอาฮี ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ และตำบลลาดค่าง ตำบลหนองบัว ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย มีอาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว ส่วนชื่อของ ภูเรือ นั้นมาจากชะโงกผาบนยอดดอยสูงที่ยื่นออกมาลักษณะคล้ายสำเภาใหญ่ และยังมีที่ราบคล้ายท้องเรืออีกด้วย ชาวบ้านจึงเรียกภูเรือกันเรื่อยมา

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี

สามพันโบก

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 74 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 212,500 ไร่ หรือ 340 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงต่ำสลับกันไปทั่วพื้นที่ ระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 100-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล แนวเขตด้านทิศตะวันออกใช้เส้นแบ่งเขตแดนประเทศและติดกับประเทศลาว ซึ่งมีแม่น้ำโขงเป็นแนวเขตโดยตลอดความยาวประมาณ 63 กิโลเมตร สภาพพื้นที่โดยรวมเป็นลานหิน รอบแนวเขตถัดจากฝั่งแม่น้ำโขงจะเป็นหน้าผาสูงชัน มีภูผาที่สำคัญได้แก่ ภูผาขาม ภูผาเมย ภูผาเจ็ก ภูผาสร้อย ภูย่าแพะ ภูชะนะได ภูผานาทาม ภูโลง ภูปัง ภูจันทร์แดง ภูหลวง ภูสมุย และภูกระบอ เป็นต้น อุทยานแห่งชาติผาแต้มเป็นแหล่งต้น้ำาลำธารของห้วยช้าง ห้วยภูโลง ห้วยฮุง ห้วยลาน ห้วยเพราะ ห้วยแยะ ห้วยกวย ห้วยกะอาก ห้วยใหญ่ ห้วยสูง และห้วยหละหลอย


สิ่งที่ทำให้คนไทยที่ไม่ใช่เพียงนักท่องเที่ยวรู้จักกับผาแต้ม คือ การที่ผาแต้มเป็นพื้นที่ที่ใช้อ้างอิงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นของประเทศไทย ดังจะได้ยินกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในทุกเช้าอยู่เสมอว่าเวลาพระอาทิตย์ขึ้นวัดจากผาชะนะได ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของอุทยาน จึงเป็นจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม ในด้านธรรมชาติที่นี่ยังอุดมด้วยป่าเต็งรังและป่าดิบแล้งจำนวนมาก สลับกับลานหินกระจายอยู่ทั่วภูเขา รวมถึงหน้าผาหินที่บริเวณผาแต้มเมื่อมองดูจากแม่น้ำโขงด้านล่างจะเห็นเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนของสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่ตามผนังเป็นจำนวนมาก เป็นภาพเขียนสีศิลปะถ้ำโบราณที่มีอายุเก่าแก่ และเป็นแหล่งที่พบมากที่สุดในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ควรค่าแก่การเก็บรักษา จนได้มีการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา

อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อุทยานแห่งชาติเขาสก มีเนื้อที่ทั้งหมด 738.74 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 461,712.5 ไร่ ครอบคลุมที่ดินป่าคลองหยีและคลองพระแสง ในท้องที่ตำบลคลองสก ตำบลพังกาญจน์ ตำบลพนม อำเภอพนม ตำบลพะแสง และตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน และพื้นที่น้ำเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2523 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 22 ของประเทศไทย มีอาณาเขตทิศเหนือจรดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา ทิศตะวันออกจดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงและเขื่อนรัชชประภา และทิศตะวันตกจดอุทยานฯ ศรีพังงา จึงไม่แปลกที่จะได้รับการขนานนามให้เป็นโรงเรียนธรรมชาติสมบูรณ์ของภาคใต้


ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน มีสภาพป่าเป็นป่าดงดิบชื้นและป่าเขาหินปูนที่สมบูรณ์มาก มีพืชหายากและพืชเฉพาะถิ่นทั้ง บัวผุด ดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 70-80 เซนติเมตร เป็นกาฝากชนิดหนึ่งที่อาศัยกินน้ำเลี้ยงจากรากและลำต้นของไม้เถาที่ชื่อว่า ย่านไก่ต้ม เป็นดอกเดี่ยวสีแดงคลํ้าหรือน้ำตาลปนแดงคล้ำ นักท่องเที่ยวนิยมเดินป่ามาชมบัวผุดที่อุทยานฯ เขาสก ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคมกันมาก เพราะไม่เพียงเป็นแหล่งชมบัวผุดแหล่งใหญ่ที่สุดเท่านั้น ยังเดินได้ง่ายเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย